การเลี้ยงสุนัข

การเลี้ยงสุนัข กับการใช้ชีวิตร่วมกันของเจ้าของ

• การที่เราจะนำ สุนัข เข้ามาอยู่ในครอบครัว เชื่อว่าในแต่ละครอบครัวก็ย่อมมีสาเหตุของการรับเจ้าหมามาเลี้ยงแตกต่างกันไป บางบ้านอาจจะต้องการเพิ่มสมาชิกตัวน้อยมาเป็นเพื่อนคู่ใจ เฝ้าบ้านให้อุ่นใจ อยู่เป็นเพื่อนข้างกายให้คลายเหงา แต่ไม่ว่าจะนำเขาเข้ามาเลี้ยงด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายการรับเขาเข้าเป็นสมาชิกในครอบครัว ก็คือความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่อีกหนึ่งชีวิตค่ะเราจะต้องทำตัวอย่างไรดี เมื่อมีเจ้าหมาตัวเล็กอีกตัวก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต อยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน และสุนัขเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเราบ้างรึเปล่า รวมถึงตัวเราเองนั้นต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตร่วมกับเขาอย่างไร ลองมาดูวิถีการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่าง คน กับ สุนัข ผู้ที่ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนแท้ข้ามสายพันธุ์ของมนุษย์กันค่ะ.ความสัมพันธ์ของผู้เลี้ยง และสุนัขเหมือนพ่อแม่ลูก

สุนัขมีความผูกพันกับมนุษย์มามากกว่า 15,000 ปีที่แล้ว เป็นเพื่อนที่แสนดีกับมนุษย์มาตลอด เป็นเพื่อนแท้ที่ให้ความรักกับมนุษย์โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ แต่ในวันนี้ได้มีงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จาก University of Veterinary Medicine ที่เวียนนา ออกมายืนยันแล้วว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสุนัข และผู้เลี้ยงนั้นมีความความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก กับความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกที่พบในมนุษย์ โดยสุนัขสามารถปรับตัวในการอยู่กันกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี บางคนถึงกับเลือกเอาสุนัขมาเป็นคู่หลักของชีวิตแทนมนุษย์ด้วยกันเองก็มีเปลี่ยนให้เรามีความอดทนมากขึ้น

การเลี้ยงสุนัข

เราเชื่อว่า ในวันแรกที่เพื่อนๆ พาเจ้าตูบตัวใหม่เข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขวัยเด็ก หรือวัยกลางคน คงต้องพบกับอาการตื่นเต้นของเขากันบ้าง เช่น ร้อง หรือหอนในเวลากลางคืน เดินสำรวจบ้านเห่าไปเรื่อยเปื่อย ทำเอาเราไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันอยู่ 1–2 อาทิตย์ บางคนอาจจะทนไม่ไหวจนต้องนำเขาไปคืน หรือนำไปให้ผู้อื่นเลี้ยง แต่ความเป็นจริงแล้วถ้าเราอดทน ใจเย็นกับทุกพฤติกรรมของเขาแล้วค่อยๆ ฝึกวินัยไปทีละนิด จากน้องหมาแสนดื้อรั้นก็จะพูดง่ายมากขึ้น ทำตามคำสั่ง ไม่สร้างความเดือดร้อน อีกทั้งยังคอยอยู่ใกล้ๆ คอยมอบความรักความอบอุ่นให้แก่กัน เชื่อเถอะค่ะว่าเขาจะเข้าใจ และน่ารักมากขึ้นอย่างแน่นอนเปลี่ยนให้เรามีวินัยมากขึ้น

การเลี้ยงสุนัข

การที่เราและสุนัขจะอยู่ร่วมกันได้อย่างดี จำเป็นต้องมีกฎระเบียบในบ้าน ซึ่งการจะให้เขาทำตามกฎระเบียบของบ้านเรานั้น ผู้เลี้ยงจะต้องทำตามกฎระเบียบของตัวเองให้ได้เสียก่อน เช่น จากเดิมที่ชอบตื่นสาย นอนไม่เป็นเวลา ใช้ชีวิตไม่มีแบบแผน แต่เมื่อเลี้ยงสุนัข ความรับผิดชอบต่ออีกชีวิตหนึ่ง ทำให้เราต้องตื่นเป็นเวลามากขึ้น พาเขาออกไปขับถ่าย ให้กินข้าวตามเวลา พาไปออกกำลังกายเป็นประจำ ฝึกวินัยเจ้าหมาให้อยู่ในระเบียบ ซึ่งการมีวินัยนี้จะช่วยป้องกันการเกิดพฤติกรรมที่ไม่น่ารัก ก้าวร้าว ไม่ทำตามคำสั่ง แถมยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับสุนัขด้วยค่ะเปลี่ยนให้เรารู้จักให้อภัยและปล่อยวาง

ในหลายๆ ครั้งที่เจ้าตูบได้ทำผิดพลาด เผลอทำข้าวของเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการกัดแทะเฟอร์นิเจอร์ สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า กระเป๋า หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ที่เราพยายามบอกว่าห้ามกัดห้ามซน เตือนกี่ครั้งก็ยังคงทำอยู่ร่ำไป จนในบ้างครั้งเราก็อยากจะทำโทษให้หลาบจำ แต่เมื่อเห็นเจ้าตูบทำหน้างง ตากลม เอียงคอ ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นทำอะไรผิด แล้วใครที่ไหนจะลงโทษได้ลง แล้วยิ่งถ้าเป็นการตี หรือดุเสียงดังๆ แล้วล่ะก็ อาจจะไปเสริมสร้างพฤติกรรมก้าวร้าวของเขาขึ้นมาก็ได้ สิ่งที่ควรจะทำคือ การปล่อยวางและให้อภัยในสิ่งที่เขาทำ ค่อยบอกค่อยสอนไปพร้อมกับความอดทน เพราะถ้าเราเกิดควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนลืมตัวทำร้ายเขา เราอาจจะสูญเสียความไว้ใจจากเพื่อนผู้ซื่อสัตย์ไปชั่วชีวิตเลยนะคะทำให้เรามีมนุษยสัมพันธ์ดีขึ้น

บางคนก่อนเลี้ยงสุนัขอาจจะเป็นคนชอบอยู่บ้าน ชอบฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นคอมพิวเตอร์อยู่คนเดียว ไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่พอมีเจ้าตูบเข้ามาในชีวิตก็เหมือนเป็นการถูกบังคับทางอ้อม ให้พาเขาออกไปเดินเล่นเจอโลกกว้าง เข้าสังคม พบปะผู้คนมากมาย รวมถึงสุนัขตัวอื่นๆ เราก็เช่นกันที่ได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องของเจ้าตูบ ซึ่งก็ช่วยสร้างมนุษยสัมพันธ์ให้กับผู้เลี้ยงได้เช่นกันค่ะ

เห็นรึยังคะว่าการเลี้ยงเจ้า หมา หนึ่งชีวิตนั้นทำให้เราได้รับอะไรๆ มากมายหลายอย่างที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ และความสุขที่เพิ่มเข้ามา ทำให้เราอบอุ่นหัวใจ และถูกเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไป มันคือความรักที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่เขามอบให้กับเราค่ะ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน หรือแก่ตัวลงไปเท่าใด รักของเขาก็ไม่มีแปลเปลี่ยน ขอแค่ดูแลเขาทุกวัน และให้ความรักตอบแทนก็เพียงพอแล้วค่ะ