บทความนี้รวบรวมข้อปฏิบัติตนก่อนเข้า วัด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเข้าใจตรงกัน และพึงปฏิบัติเพื่อความเหมาะสม

“ วัด ” เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของปวงชนชาวไทย จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่นิยมพาลูกหลานเข้าวัดกันมากขึ้น บ้างก็มาทำบุญ กราบไหว้พระ หรือสิ่งศักดิ์ภายในวัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง แต่รู้หรือไม่ว่าชาวพุทธส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติในการเข้าวัด วันนี้ Parpaikin ได้รวบรวมข้อปฏิบัติก่อนการเข้าวัดที่คุณอาจไม่รู้มาฝากกันค่ะ

วัด 1

หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวพุทธที่ดีคือ การเรียนรู้วิธีปฏิบัติในการเข้าวัด เพื่อจะได้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง สามารถทำได้ดังนี้

1.การเตรียมตัวก่อนไปวัด

-ก่อนเข้าวัดไหว้พระ ทำบุญ ควรจัดการกิจธุระของตนให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นกังวล

-ทำจิตใจให้แจ่มใส โดยไม่คิดถึงเรื่องอื่น ควรระลึกถึงบุญกุศล และคุณงามความดีที่เคยได้ทำมาแล้ว

-ทำใจให้บริสุทธิ์เพื่อรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย

2.การแต่งกายไปวัด

ควรใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ลวดลายน้อย เนื้อผ้าไม่โปร่งบาง หรือหรูหรามากนัก เสื้อผ้าไม่หลวม หรือรัดรูปจนเกินไป เพื่อความสะดวกในการกราบไหว้พระ และนั่งสมาธิ สำหรับผู้หญิงต้องระวังเป็นพิเศษ แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ไม่ควรตกแต่งด้วยเครื่องประดับ เครื่องสำอาง ตลอดจนใส่น้ำหอมมากเกินไป และไม่ควรแต่งหน้า เขียนคิ้ว ทาปาก ทาเล็บจนเกินงาม

เหตุที่ควรปฏิบัติเช่นนี้เพราะวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม คนเข้าวัดเพื่อต้องการไปทำบุญ ดังนั้น ควรทำจิตใจให้สงบ และตัดเรื่องปรุงแต่งกิเลสเหล่านี้ออกไปเสียก่อน

วัด 2

3.การปฏิบัติตนโดยทั่วไปภายในวัด

วัดเป็นศูนย์รวมของชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ซึ่งคนที่มาทำบุญมีหลายประเภท แตกต่างกันออกไป ทั้งอายุ ฐานะ ความเป็นอยู่ การศึกษา อาชีพ ตลอดจนนิสัยใจคอ โอกาสที่จะกระทบกระทั่งกันย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย จึงจำเป็นต้องระมัดระวังสำรวมตนอยู่เสมอ สามารถปฏิบัติได้ดังนี้

-สำรวมกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย งดอาการคะนองด้วยประการใดๆ ทั้งปวง ทั้งนี้เพื่อให้กาย วาจา ใจ ของเราเหมาะสมที่จะบำเพ็ญบุญกุศลนั่นเอง

-งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการให้เกียรติกับสถานที่ และเป็นการเคารพศาสนาของเราเองด้วย

-ควรนั่งให้เป็นระเบียบในสถานที่ที่กำหนดไว้ ไม่แบ่งชั้นวรรณะ หรือเลือกที่นั่ง

-ในการประกอบศาสนพิธี เช่น สวดมนต์ สมาทานศีล ถวายสังฆทาน ฯลฯ ควรเปล่งเสียงด้วยความตั้งใจ และชัดเจนโดยพร้อมเพรียงกัน

-เมื่อมีสิ่งใดทำให้ขุ่นข้องหมองใจ เช่น อากาศร้อน กระหายน้ำ เห็นหรือได้ยินกิริยาอาการที่ไม่เหมาะสมของคนอื่น รวมถึงการไม่ได้รับความสะดวกในเรื่องต่างๆ ขอให้อดทน และแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร ควรมีความเห็นอกเห็นใจทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าให้เกิดโทสะขึ้นได้

4.การสนทนา

การสนทนากับพระ หากเป็นผู้ชายไม่ค่อยมีระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัดนัก เพียงแต่ให้ตระหนักว่าเป็นการสนทนากับพระ ซึ่งเป็นปูชนียบุคคลของสังคม มีเพศ คือ สถานะทางสังคมเหนือกว่าตน ในกรณีที่เป็นสตรี ควรมีผู้ชายไปด้วยจะเป็นการดี เพราะพระท่านอาจจะมีปัญหาทางพระวินัย อาบัติได้ง่ายเมื่ออยู่กับสตรีสองต่อสอง

เมื่อเข้าไปถึงที่อยู่ของท่าน ควรจะกราบพระพุทธปฏิมาที่ประดิษฐานอยู่ในนั้นก่อน แล้วจึงกราบพระสงฆ์ ซึ่งนิยมกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์สำหรับคนที่ต้องแสดงความเคารพอย่างสูง

ทุกครั้งที่พูดกับท่านควรพนมมือไหว้ ใช้สรรพนามที่ใช้เรียกตนเอง เช่น “กระผม” “ดิฉัน” โดยมองที่สถานะของพระเป็นตัวกำหนด หากท่านเป็นพระธรรมดา สรรพนามที่เรียกท่านมักนิยมใช้คำว่า “ท่าน” “พระคุณเจ้า” หากเป็นพระที่มีสมณศักดิ์สูงก็อาจใช้คำว่า “ใต้เท้า” “พระเดชพระคุณ” “พระคุณ” “เจ้าพระคุณ” สำหรับสมเด็จพระสังฆราชใช้คำว่า “ฝ่าบาท” ส่วนสรรพนามแทนตนเองใช้คำว่า “กระหม่อม”

วัด 3

5.การนำเด็ก หรือบุคคลอื่นไปวัด

เป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีแก่เด็ก เพราะทำให้เด็กได้ใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาตั้งแต่อยู่ในวัยอันสมควร แต่มีข้อระวังคือ อย่านำเด็กอ่อนไปวัดโดยไม่จำเป็น เพราะอาจก่อให้เกิดความรำคาญ หรือในกรณีที่เด็กซุกซน อาจส่งเสียงดังรบกวนสมาธิของผู้อื่นที่ต้องการความสงบได้

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องนำบุคคลอื่นไปด้วย เช่น พนักงานขับรถ หรือคนรับใช้ ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ร่วมทำบุญด้วย และระวังเรื่องกิริยามารยาท การแต่งกาย รวมถึงการขับรถเข้าไปในบริเวณวัด ควรระมัดระวังเรื่องการใช้แตร การเร่งเครื่องยนต์เสียงดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่พระกำลังสวด ส่วนการจอดรถ ควรจอดให้เป็นระเบียบในสถานที่ที่ทางวัดได้กำหนดไว้

6.การเตรียมอาหารไปวัด

อาหารที่เหมาะสมสำหรับการนำไปถวายพระภิกษุ ควรเป็นอาหารที่เรารับประทานกันทั่วไป คือ ปรุงจากพืช ผัก หรือเนื้อสัตว์ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป ควรระมัดระวังอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ต้องห้ามสำหรับพระภิกษุ อันได้แก่ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้องู เนื้อราชสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือเหลือง เนื้อเสือดาว และเนื้อหมี เป็นต้น

นอกจากนี้ ไม่ควรนำอาหารที่ปรุงจากเนื้อดิบ เลือดดิบ ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ เช่น ปลาดิบ กุ้งดิบ ฯลฯ จนกว่าจะปรุงให้สุก รวมถึงไม่นำอาหารที่ปรุงด้วยสุราที่มีสี กลิ่น หรือรสที่ปรากฏชัดไปถวายพระภิกษุสงฆ์ และอย่าฆ่าสัตว์โดยการเจาะจงว่าจะนำเนื้อนั้นไปทำอาหารถวายแด่พระภิกษุสงฆ์

วัด 4

รู้แบบนี้แล้ว ทำบุญครั้งหน้าก็อย่าลืมนำวิธีที่เราแนะนำไปปฏิบัติตามกันด้วยนะ ที่สำคัญชาวพุทธอย่างเราควรหมั่นเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม สวดมนต์ ไหว้พระในวันพระ หรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ทำด้วยความเต็มใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน และไม่ว่าจะทำด้วยวิธีการใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นบุญกุศลทั้งสิ้น