การปฐมพยาบาลเมื่อโดน สุนัข กัด
ก็มีบทความดีๆ เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูก สุนัข กัด รวมถึงการดูแลรักษาบาดแผลอย่างถูกวิธีมาฝากค่ะ
มีประชากรจำนวน 2-5 ล้านคนต่อปี ที่ถูกสัตว์ต่างๆ ทำร้ายร่างกาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าผู้ที่ถูก สุนัข กัดนั้นมีถึง 85-90% และเด็กมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ถูกกัดอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อในบาดแผลรุนแรง ถึงขั้นทำให้อวัยวะส่วนดังกล่าวพิการได้ และที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ โรคพิษสุนัขบ้า เพราะอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้น เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เราจะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมไปถึงการดูแลรักษาบาดแผลด้วยกันค่ะ

วิธีรักษาแผลกัดที่ไม่รุนแรง
1.ตรวจดูแผล และรอยกัด
แผลที่เกิดจากสุนัขกัดส่วนใหญ่จะไม่มีอาการรุนแรงมากนัก ถ้าแผลไม่ฉีกขาดออกจากกัน หรือเขี้ยวของสุนัขถากแค่ผิวเผิน คุณสามารถรักษาแผลเช่นนี้เองได้ที่บ้าน แต่หากเป็นแผลที่เกิดจากเขี้ยวฝังลึกลงไป ฉีกขาด ข้อต่อ หรือกระดูกถูกบดหัก กรณีนี้ให้รีบพบแพทย์ทันทีนะคะ

2.ล้างแผล
เมื่อถูกสุนัขกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดผสมกับสบู่ การใช้น้ำสบู่จะช่วยทำความสะอาด และขจัดเชื้อโรคที่อยู่รอบแผล หรือเศษฝุ่นที่ติดมากับปากสุนัขได้

3.ห้ามเลือด
หลังจากล้างแผลเสร็จแล้ว ถ้ามีเลือดไหล ห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าขนหนูสะอาด หรือผ้าก๊อซกดแผลไว้ เพื่อให้เลือดหยุดไหล หรือไหลช้าลง แต่ถ้ากดแผลผ่านไป 15 นาที เลือดยังไม่หยุดไหล แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

4.ทายา หรือครีมฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ทาครีมฆ่าเชื้อ Neosporin หรือ Bacitracin สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อของแผลสด และลดอาการอักเสบได้ สำหรับวิธีใช้ก็ทายาตามขั้นตอนตามที่ระบุไว้ข้างบรรจุภัณฑ์

5.พันแผล
ทายาฆ่าเชื้อแล้ว ต้องพันให้แน่นพอประมาณเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ แต่ไม่ควรพันแน่เกินไปเพราะจะมีผลกับการไหลเวียนของเลือด ควรเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกครั้งเมื่อเห็นว่าผ้าเริ่มสกปรก เช่น หลังจากอาบน้ำเสร็จ

6.เช็กประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
โรคบาดทะยักเกิดจากเชื้อที่อยู่ในฝุ่น หรือดินเข้าสู่บาดแผล ซึ่งการถูกสุนัขกัดก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคดังกล่าวได้เช่นกัน ถ้าการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักครั้งสุดท้ายของคุณนานกว่า 5 ปี คุณหมอมักแนะนำให้ฉีดซ้ำอีกครั้งหลังจากถูกสุนัขกัดด้วยค่ะ

7.หมั่นเช็กแผล
การเช็กอาการแผล คือ การเฝ้าระวังอาการติดเชื้อ หากเพื่อนๆ คิดว่าแผลนั้นติดเชื้อ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเลยนะคะ ส่วนสัญญาณที่บ่งบอกว่าแผลติดเชื้อ ได้แก่  มีไข้มีการเจ็บปวดกว่าเดิมมีน้ำหนองไหลออกมาจากแผล
บวมแดงหรือบริเวณแผลค่อนข้างอุ่น

8.ตรวจสอบว่าสุนัขตัวที่กัดเรา ว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่
คุณสามารถติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้ แม้จะถูกกัดไม่รุนแรงมาก หากทราบได้ว่าสุนัขได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้ามาแล้ว ก็ไม่น่ากังวลมากนักค่ะ แต่ถ้าไม่มั่นใจให้คุณรีบไปพบแพทย์ และสังเกตอาการของสุนัขประมาณ 15 วัน เพื่อตรวจดูว่ามันมีสัญญาณของโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ ถ้าสุนัขจรจัดกัด คุณควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อโดยด่วนค่ะ

วิธีดูแลรักษาแผลสุนัขกัดรุนแรง
1.ตรวจสอบแผล
แผลที่ถูกกัดอย่างรุนแรงจะมีรอยฝังลึกจากเขี้ยวของสุนัข ซึ่งอาจทำให้เนื้อบริเวณแผลเกิดการฉีกขาด อีกทั้งขากรรไกรของเจ้าตูบบางสายพันธุ์สามารถสร้างความเสียหายให้กับกระดูก เส้นเอ็น หรือข้อต่อได้ หากคุณขยับตัวและเกิดอาการเจ็บปวด หรือไม่สามารถขยับบริเวณที่โดนกัดได้ คุณควรไปพบแพทย์บาดแผลที่มีความรุนแรงแผลฉีกขาดออกจากกันเป็นวงกว้างถูกกัดบริเวณลำคอ หรือศีรษะแผลฉีกลึกพอที่จะเห็นไขมันกล้ามเนื้อ หรือกระดูกมีเลือดไหลออกมาจากแผลมาก หรือเมื่อกดแผลเป็นเวลา 15 นาที ไม่สามารถหยุดเลือดที่ไหลได้

2.กดแผลให้เลือดไหลช้าลง
ให้ใช้ผ้าขนหนูกดไปยังบริเวณแผล เพื่อให้เลือดไหลช้าลงมากที่สุด และกดไว้จนกว่าคุณจะได้พบแพทย์ค่ะางแผล และทายาอีกครั้ง แล้วเปลี่ยนใช้ผ้าพันแผลใหม่

3.รีบพบแพทย์ทันที
คุณหมอจะวิเคราะห์โดยเลือกใช้วิธีที่ดีที่สุดในการรักษา รวมถึงการห้ามเลือดให้หยุดไหล และตรวจสอบดูว่าแผลนั้นเย็บหรือไม่ ถ้าต้องเย็บ ควรกำจัดเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นออกไปหรือไม่ เช่น เนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ หรือ ผิวหนังที่ตายแล้ว โดยสิ่งเหล่านี้จะขัดขวางการรักษาเนื้อเยื่อที่ยังดีอยู่แพทย์จะเช็กประวัติของคุณเพื่อดูว่าจำเป็นต้องรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักอีกครั้งหรือไม่หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคุณมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อพิษสุนัขบ้า คุณจะได้รับการฉีดวัคซีนต้านเชื้อพิษสุนัขบ้าหลายเข็มเลยละค่ะ

4.กินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง
การกินยาให้ครบตามแพทย์สั่งก็จะช่วยให้แผล และร่างกายของคุณฟื้นฟูได้รวดเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยลดอาการติดเชื้อได้อีกด้วยค่ะ โดยส่วนมากแล้วแพทย์จะสั่งยาให้กินเป็นเวลา 3-5 วันค่ะ

5.เปลี่ยนผ้าพันแผลตามที่แพทย์แนะนำ
แพทย์จะเป็นคนบอกว่า เราควรเปลี่ยนผ้าพันแผลบ่อยแค่ไหน หรืออาจจะแนะนำให้เปลี่ยน 1-2 ครั้งต่อวันก็ได้ค่ะถือว่าเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ทุกคนควรศึกษาไว้นะคะ เพราะหากถูกกัดในพื้นที่ที่ห่างไกลแพทย์จะได้ทำการปฐมพยาบาลด้วยตัวเอง นอกจากนี้ หากใครไม่แน่ใจเกี่ยวกับความรุนแรงของแผลที่ถูก สุนัข กัด และผลที่อาจตามมาในภายหลัง ก็ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที ถ้าชอบบทความดีๆ แบบนี้อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเราด้วยนะคะ